ข่าวประชาสัมพันธ์

27 ธันวาคม 2559

นักศึกษา มจพ. ประดิษฐ์รถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยคลื่นสมองผ่านซอฟต์แวร์ที่ได้ออกแบบเป็นพิเศษ

       ผลงานวิจัย เรื่อง “รถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยสมอง”ผลงานผลงานของนักศึกษา นายณัฐพงศ์ สุพรหมอินทร์ และนายพงศธร  สง่าผล   ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  มีอาจารย์ ดร. สรเดช  ครุฑจ้อน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาการันตีด้วยรางวัลชนะเลิศจากการประกวดเชิงแนวคิด  การประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม มจพ. ประจำปี 2559   ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และรางวัลเวทีระดับนานาชาติที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Prize) และรางวัลพิเศษจากฮ่องกง (International Best Invention Award by Chairman Hong Kong ISII)รถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยสมอง (Wheelchair Controlled By Brain Signal)

            แนวคิดและความเป็นมาของงานวิจัยมุ่งเน้นที่จะประดิษฐ์เครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการทางขาในหรือพิการตั้งแต่ช่วงลำตัวลงไปสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ถอยหลัง หรือหยุดรถเข็นผู้ป่วย

            ปัจจุบันการพัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถทำให้ผู้พิการทางขาสามารถเคลื่อนที่ไปยังที่ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น อุปกรณ์นี้มีชื่อว่า รถเข็นผู้ป่วย (Wheelchair) คือ รถเข็นที่เป็นเก้าอี้สำหรับให้ผู้ป่วยนั่งและมีล้อ 2 ข้างใช้ในการเคลื่อนที่ วิธีใช้งาน คือ ผู้ป่วยต้องนั่งบนรถเข็นแล้วใช้มือทั้ง 2 ข้างในการหมุนล้อหรือมีคนช่วยเข็นให้เพื่อทำให้รถเข็นเคลื่อนที่จึงเกิดแนวคิดว่าถ้าสามารถควบคุมรถเข็นผู้พิการทางแขนและขาได้ด้วยวิธีการคิดจากสมองได้ จะทำให้ผู้พิการทางขาหรือพิการตั้งแต่ช่วงลำตัวลงไป มีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผู้พิการ ฯ สามารถเคลื่อนที่ไปยังที่ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งผู้อื่นซึ่งการพัฒนารถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยคลื่นสมองส่วนของซอฟต์แวร์เป็นส่วนที่ยากที่สุดเนื่องจากเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนและหาข้อมูลได้ยาก  ปัจจุบันมีผู้พิการที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นจำนวนทั้งหมด 1,675,753 คน  ส่งผลให้บุคคลเหล่านี้มีความลำบากในการใช้ชีวิตมากกว่าคนปกติเพราะอวัยวะทุกส่วนมีสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน และอวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ใช้ในการเคลื่อนที่และใช้เดินทางนั่นก็คือขา หลายคนประสบปัญหาพิการทางขาตั้งแต่กำเนิดคิดเป็นร้อยละ 20.36 จากผู้พิการทั้งหมด  เกิดจากโรคที่ต้องตัดขาทิ้งเพื่อรักษาชีวิตไว้คิดเป็นจำนวนร้อยละ 30.14 จากผู้พิการทั้งหมด  หรือเกิดอุบัติเหตุจนต้องสูญเสียขาไปคิดเป็นร้อยละ 14.14 จากผู้พิการทั้งหมด บุคคลเหล่านี้จะเกิดความลำบากในการใช้ชีวิตมากเนื่องจากไม่มีขาที่จะพาให้ตัวเองสามารถเคลื่อนที่ไปยังที่ต่าง ๆ ได้สะดวก   งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยคลื่นสมอง

            ลักษณะเด่นของรถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยสมอง เป็นเพื่อพัฒนารถเข็นผู้ป่วยให้ผู้พิการทางขาหรือมีความพิการตั้งแต่ช่วงลำตัวลงไป สามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นโดยอาศัยหลักการของการส่งคลื่นสมองเพื่อสั่งให้รถเข็นผู้ป่วยเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ  โดยทิศทางการเคลื่อนที่ประกอบด้วย 4 เงื่อนไขคือ เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา ทั้งหมดจะถูกควบคุมโดยความคิดเพื่อสั่งการให้รถเข็นเคลื่อนที่ด้วยอุปกรณ์อ่านคลื่นสมอง (Emotiv) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการอ่านค่าคลื่นสมองเพื่อส่งข้อมูลไปที่คอมพิวเตอร์ผ่านไปยังระบบเพื่อการประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์ที่ได้ออกแบบเป็นพิเศษ สามารถรองรับระบบปฏิบัติการตั้งแต่ Windows 7 ขึ้นไป เป็นการพัฒนาเฉพาะเจาะจงกับผู้พิการทางขาหรือมีความพิการตั้งแต่ช่วงลำตัวลงไป โดยเมื่อสวมใส่อุปกรณ์อ่านคลื่นสมอง (Emotiv) ไว้ที่ศีรษะแล้วทำการคิด อุปกรณ์อ่านคลื่นสมองจะส่งค่าคลื่นสมองที่ได้ไปที่คอมพิวเตอร์ผ่านไปยังระบบเพื่อการประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์ที่ได้ออกแบบเป็นพิเศษ เมื่อความคิดที่ได้ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ระบบก็จะสั่งการให้รถเข็นผู้ป่วยเคลื่อนที่ โดยใช้พลังการขับเคลื่อนจากแบตเตอรี่จำนวน 12 โวลต์ ทั้งนี้รถเข็นมีน้ำหนัก 20 กิโลกรัม ขนาดกว้าง 66 เซนติเมตร และยาว 108 เซนติเมตร           

            การออกแบบและพัฒนารถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยคลื่นสมองเริ่มจากการศึกษาและวางแผนงาน  ส่วนประกอบของรถเข็น  โดยมีข้อสรุปได้ว่าต้องแบ่งโครงงานเป็น 2 ส่วนคือ 1 ส่วนฮาร์ดแวร์ (ส่วนของตัวรถ) และ 2 ส่วนของซอฟต์แวร์ (ส่วนที่ใช้ประมวณผลเพื่อส่งคำสั่งมาควบคุมฮาร์ดแวร์) โดยเริ่มจากการทำส่วนฮาร์ดแวร์ขั้นแรกทำให้รถเข็นสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยจอยสติ๊ก (Joystick) ก่อน เมื่อเคลื่อนที่ได้แล้วจึงเริ่มพัฒนาในส่วนของซอฟต์แวร์ เมื่อพัฒนาส่วนของซอฟต์แวร์เสร็จก็ทำการเปลี่ยนวิธีการควบคุมจากการใช้จอยสติ๊กเป็นการใช้อุปกรณ์อ่านคลื่นสมองในการควบคุมรถเข็นแทน โดยในส่วนของซอฟต์แวร์เป็นส่วนที่ยากที่สุดเนื่องจากต้องนำผลของค่าคลื่นสมองที่ได้มาทำการวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อหาความแตกต่างว่าความคิดแบบใดเป็นการสั่งการให้รถเข็นทำงาน ต้องสอบถามเทคนิคจากอาจารย์ที่ปรึกษาหรือบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ รวมถึงการลองผิดลองถูกหลายวิธีจนทำได้สำเร็จ  

            ประโยชน์การใช้รถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยคลื่นสมองครอบคลุมอยู่ 2 ประเด็นคือ ได้รถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยคลื่นสมองและผู้พิการทางขาหรือผู้พิการตั้งแต่ช่วงลำตัวลงไปสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ในเชิงพาณิชย์จะแยกก็จะเป็น 2 ส่วน คือ ซอฟต์แวร์และกล่องควบคุม (กล่องควบคุมรถเข็น) ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจในการพัฒนาต่อยอด ตลอดจนเทคนิควิธีการของการพัฒนาทั้งสองส่วนที่สามารถขยายผลสู่ตลาดอุตสาหกรรมได้

            สอบถามรายละเอียดได้ที่  ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา  คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โทรศัพท์ 0-2555-2000 ต่อ 3234 หรืออาจารย์ ดร. สรเดช  ครุฑจ้อน 089-697-1319

ขวัญฤทัย ข่าว-ภาพถ่าย 

 

นักศึกษา มจพ. ประดิษฐ์รถเข็นผู้ป่วยควบคุมด้วยคลื่นสมองผ่านซอฟต์แวร์ที่ได้ออกแบบเป็นพิเศษ

แบ่งปัน        

กลับหน้าข่าวหลัก