ข่าวประชาสัมพันธ์

20 มีนาคม 2560

ข่าวสัมภาษณ์ฉบับพิเศษ ศาสตราจารย์ ดร.ประยุทธ อัครเอกฒาลิน

 

       ข่าวสัมภาษณ์ฉบับพิเศษยังคงเกาะติดกระแส การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ของ มจพ.  สืบเนื่องจากมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ  แต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัย  สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จากประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี  เรื่อง  แต่งตั้งศาสตราจารย์  จำนวน  8 ราย ท่านคือ 8 ปูชนียบุคคลของ มจพ. ประกอบด้วย  1)  ศาสตราจารย์ ดร. ธีรวุฒิ  บุณยโสภณ สาขาวิชาอาชีวะและเทคนิคศึกษา  คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 2)  ศาสตราจารย์ ดร. ประยุทธ์         อัครเอกฒาลิน สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า  คณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 3)  ศาสตราจารย์ ดร. ปฏิพัทธ์ ทวนทอง  สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555  4)  ศาสตราจารย์ ดร. มนต์ชัย    เทียนทอง สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556 5) ศาสตราจารย์ ดร. ปิติ สุคนธสุขกุล         สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 6)  ศาสตราจารย์ ดร. สุวัฒน์ กุลธนปรีดา สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558 7)  ศาสตราจารย์ ดร. พานิช วุฒิพฤกษ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 8)  ศาสตราจารย์ ดร. สุชาติ       เซี่ยงฉิน สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย –เยอรมัน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558 และเพื่อเชิดชูเกียรติ  8 ปูชนียบุคคลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  ที่เป็นนักคิด นักพัฒนา นักสร้างสรรค์ ได้สร้างคุณูปการในวงการศึกษาไทย ควรค่าแก่การสรรเสริญ "ปูชนียบุคคล"  เป็นผู้ปราดเปรื่องในเชิงแบบอย่างที่ดีงาม ผู้ควรค่าแก่การยกย่อง  เพราะนี่เป็นอาชีพของพระอริยบุคคล  เป็นอาชีพของปูชนียบุคคล  เป็นบุคลากรอันทรงคุณค่า เพราะครูบาอาจารย์คือ ผู้สร้างโลก

         ข่าวฉบับนี้จะขอนำเรื่องราวของอาจารย์ที่ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับการเสนอผลงานทางวิชาการ พร้อมๆ กับแง่คิดดีๆ ในการทำงานและบรรยากาศของการทำงานของแต่ละท่านที่มีภาระงาน ทั้งงานสอนและงานบริหารควบคู่ไปกับงานวิจัยที่มากมายในรั้ว มจพ.  มาฟังคำบอกเล่ากันเลยค่ะว่า ท่านได้ผ่านจุดยาก-ง่ายในการเตรียมตัว การวางแผน ตลอดจนแรงบันดาลใจที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ในวันนี้กันอย่างไร?

ศ.ดร.ประยุทธ  อัครเอกฒาลิน ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. เป็นศาสตราจารย์คนแรกของ  มจพ. ที่ได้รับรางวัลเมธีวิจัยอาวุโส  จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฏาคม  2553   ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย : ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ปช.)

ศ.ดร.ประยุทธ  อัครเอกฒาลิน กล่าวว่า สำเร็จการศึกษาในระดับ ปวช. หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพสาขาไฟฟ้า และระดับปริญญาตรี  ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มจพ.  เมื่อจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ก็รับราชการที่ มจพ. ในปี พ.. 2531 และก็เรียนต่อในระดับปริญญาโท ที่ มจพ.  หลังจากนั้นได้รับทุนการศึกษาไปศึกษาต่อปริญญาเอก ที่ University of Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา จบการศึกษาเมื่อเมือปี พ.. 2540 กลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ประจำอยู่ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ.

นอกจากจะเป็นอาจารย์ทำหน้าที่สอน ยังต้องทำงานวิจัยอย่างสม่ำเสมอ ย้อนไปในสมัยที่เรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ที่นั่นได้สอนให้รู้ว่าการเป็นอาจารย์ต้องทำวิจัย ไม่สามารถสอนอย่างเดียวได้ เพราะตำแหน่งศาสตราจารย์ จะต้องเป็นผู้ที่มีงานวิจัยคุณภาพรอบด้าน และต้องมีทีมงานที่เข้มแข็งและผลงานในระดับดีมาก ต้องผ่านการตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ ที่เป็นที่ยอมรับระดับในระดับสากล  จึงต้องทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องถ้าไม่มีทำงานวิจัยก็ไม่มีโอกาสได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ แต่ก็ไม่ได้ตั้งเกณฑ์ว่าต้องได้ ผศ. รศ.  เมื่อไหร่ ก็ขอตามระยะเวลา ตามเกณพ์ที่กำหนดไว้ การทำงานวิจัยก็ค่อนข้างลำบาก ต้องหาเครือข่าย หาพันธมิตร และได้ทำวิจัยทำงานด้านสื่อสารโทรคมนาคม เป็นโครงการวิจัยเกี่ยวกับอุปกรณ์ในระบบ  3G ด้วย

ปี พ.. 2557 ได้รับเชิญและได้รับรางวัลเมธีวิจัยอาวุโส จากจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ประจำปี 2557 และเข้าได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ พระราชสุดา สยามบรมราชกุมารี  รางวัลเมธีวิจัยอาวุโส เป็นรางวัลที่เชิดชูเกียรตินักวิจัยอาวุโสที่มีผลงานดีเด่นสูงสุดของประเทศ  ขณะนี้ทาง สกว. จะเชิญให้เป็นเมธีวิจัยอาวุโส รอบ 2 ในเดือนตุลาคม 2560 และยังคงได้ทุนการวิจัยต่อ โดยทุนวิจัยมีระยะเวลาทุน รอบละ 3 ปี  ด้วยผลงานวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศที่อาจารย์ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยมากมาย และเป็นนักวิจัยยอดเยี่ยมที่มีผลงานชั้นยอดเป็นที่รู้จักกว้างขว้าง มีผลงานนำเสนอในการประชุมทางวิชาการหลายเรื่อง และได้ขยายงานวิจัยครอบคลุมงานหลายด้าน ได้แก่ ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่เป็นที่ยอมรับ มากกว่า 40 เรื่อง ผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการทั้งระดับชาติและนานาชาติ (Proceedings)  มากกว่า 300 เรื่อง และผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลบทความวิจัยดีเด่นทั้งระดับชาติและนานาชาติ  มากกว่า 10 เรื่อง นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยส่วนหนึ่งที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาของภาคอุตสาหกรรมได้ดี เช่น  สายอากาศที่ใช้ในระบบสื่อสารสำหรับอากาศยานไร้คนขับ และเครื่องวัดปริมาณเนื้อยางแห้งในน้ำยางดิบ (%DRC) เป็นต้น

แรงบันดาลใจที่ได้รับและทำให้ประสบความสำเร็จเป็นศาสตราจารย์  ตอนแรกรับราชการเป็นอาจารย์ไม่ได้คิดเรื่องที่จะทำผลงานทางวิชาการเลย  แต่เมื่อได้ไปทำงานวิจัยกับศาสตราจารย์หลาย ๆ ท่าน ก็ได้พบอาจารย์  Professor หลายท่าน ได้เห็นว่า การเป็นอาจารย์ต้องไปให้สูงสุดคือ การเป็นศาสตราจารย์  และคิดว่า ประเทศชาติจะพัฒนาได้ อาจารย์ก็ต้องมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ ฉนั้นหากอาจารย์ไม่ทำวิจัย ไม่สร้างผลงานที่ใช้ประโยชน์ได้  ประเทศชาติก็ไม่สามารถเจริญกว่านี้ได้   

         สิ่งที่ประทับใจในรั้ว มจพ.  คงเป็นนิสิตนักศึกษาเมื่ออยู่และทำงานกันแล้วมีความสุข เมื่อมีความสุขจะทำให้งานวิจัยออกมาดี  ส่วนผู้ร่วมงานและอาจารย์ ก็มีส่วนสำคัญมากๆ ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสก็พยายามชักชวนรุ่นน้องมาร่วมงานวิจัยพัฒนางานร่วมกัน ข้อคิดดีๆ สำหรับบุคลากรที่คิดจะทำผลงานทางวิชาการ     สำหรับอาจารย์รุ่นใหม่ จบการศึกษาในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก มีศักยภาพที่สามารถทำงานวิจัยอยู่แล้ว อาจเริ่มจากงานวิจัยเล็กๆ จากทุนภายในมหาวิทยาลัย เมื่อสะสมประสบการณ์มากขึ้น  มีทิศทางที่ชัดเจนและแข็งแรง เกิดความชำนาญในงานวิจัยนานพอสมควร สร้างเครือข่ายแล้ว ก็สามารถขยับขยายฐานทุนวิจัยจากภายนอกได้   และควรเริ่มเพราะหน้าที่ของอาจารย์ต้องสอนและทำวิจัย     

     ขวัญฤทัย  ข่าว / ชัยอนันต์  ภาพ

ข่าวสัมภาษณ์ฉบับพิเศษ ศาสตราจารย์ ดร.ประยุทธ อัครเอกฒาลิน

แบ่งปัน        

กลับหน้าข่าวหลัก