มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
KING MONGKUT'S UNIVERSITY OF TECHNOLOGY NORTH BANGKOK
เปลี่ยนการแสดงผล :
TH Language
สัมภาษณ์พิเศษ ศ.ดร. สุรพล ราษฎร์นุ้ย ศาสตราจารย์ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์
News Date10 กุมภาพันธ์ 2564
      ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล  ราษฎร์นุ้ย สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่  ปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และได้สอบชิงทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อในต่างประเทศ จนสำเร็จปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมเครื่องกล จาก University of Wales, Swansea, ประเทศอังกฤษ

      ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการผลิต คณะวิศวกรรมศาตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  เป็นที่ปรึกษาและกรรมการต่าง ๆ ตลอดจนให้การบริการวิชาการในรูปแบบที่หลากหลายทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย อาทิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการสมาคมไทรโบโลยีและการหล่อลื่นไทย (TTA: Thai Tribology Association) ผู้ทรงคุณวุฒิ พิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาจารย์พิเศษ หลักสูตรบัณฑิตศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ  สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)  บริษัทโปรดัคติวิตีแอสโซซิเอท จำกัด ยังได้รับรางวัลคุณภาพผลงานมากมาย อาทิ ทุนวิจัยระดับหลังปริญญาเอก (Post Doctoral Research) จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทุนสนับสนุนการวิจัยของมูลนิธิ Electro-Mechanic Technology Advancing Foundation (EMTAF) ประเทศญี่ปุ่น  เมธีวิจัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และวิทยากรดีเด่นของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) (สสท.) นอกจากนี้ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน "ไตรโบโลยีของชิ้นส่วนเครื่องจักร" (วิศวกรรมการหล่อลื่นและการสึกกร่อนของชิ้นส่วนเครื่องจักร/เครื่องยนต์) เป็นที่รู้จักกว้างขวางระดับแนวหน้าของประเทศ โดยมีผลงานตีพิมพ์ในระดับนานาชาติและการนำเสนอผลงานในงานประชุมทางวิชาการในระดับสากลมากกว่า 70 ผลงาน และมีสิทธิบัตรในระดับสากล จำนวน 4 ผลงาน

     ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล  ราษฎร์นุ้ย กล่าวว่า “...เมื่อมารับราชการในตำแหน่งอาจารย์ “หน้าที่” ตามที่ระบุคือต้องสอน วิจัย บริการวิชาการและทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม โดยมีคติประจำใจคือ “ครองงาน ครองตน ครองคน และครองเรือน” ความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงเกียรติยศต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง ต้อง “อยู่กับสิ่งที่มี อย่าอยู่กับสิ่งที่ฝัน” ดังนั้นหาหัวข้อวิจัยที่สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ก็สามารถนำไปสู่การค้นพบ และการนำไปต่อยอดจนสามารถนำไปตีพิมพ์ในวารสาร ระดับควอไทล์ (Quartile) ที่ 1 ได้ อยู่ตรงที่จะสามารถมองเห็นช่องทางที่ทำงานวิจัยที่ “ไม่ยากแต่มีคนสนใจจำนวนมาก” ออกไหม? การที่จะมองลักษณะของปัญหาแบบนี้ได้ต้องศึกษาจากตำรา อ่านบทความมากมาย และสามารถนำไปสู่การ “ตกผลึก” ของความคิด และท้ายที่สุดก็จะพบหนทางที่สามารถใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างจำกัดสร้างสรรค์ผลงานในระดับสากลได้...”

          แนวทางในการขอเสนอตำแหน่งทางวิชาการ อ่านตำรา และบทความในสาขาวิชาที่จะทำผลงานวิจัย ซึ่งข้อมูลแต่ละประเภทจะมีช่องทางที่แต่ละบุคคลมองเห็น อาจมองเป็น 4 ช่อง คือ งานที่ง่ายคนอื่นไม่สนใจ งานที่ง่ายคนอื่นสนใจมาก งานที่ยากคนอื่นสนใจมาก และงานที่ยากแต่ไม่มีคนสนใจมาก ถ้าอาจารย์หรือผู้ที่ขอตำแหน่งศาสตราจารย์ทำงานวิจัยที่ยากคนอื่นสนใจเป็นจำนวนมาก เชื่อได้ว่าจะเป็นงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์แน่นอน งานวิจัยที่ทำได้ง่ายคนอื่นสนใจเป็นจำนวนมาก อาจจะใช้เวลานิดเดียว  แต่กว่าจะตกผลึกทางความคิด ต้องอ่านหนังสือ เมื่อตกผลึกระยะเวลาหนึ่ง จะพบว่าช่องทางไหนสมควรทำ  ช่องไหนไม่สมควรทำ เช่น  เมื่อศึกษาข้อมูลแล้วพบว่าเป็นช่องที่ง่ายแต่คนอื่นไม่ทำ ควรเลิกทำ เพราะไม่ได้ตีพิมพ์แน่เพราะมันง่ายและประเด็นไม่น่าใจ  ในทางกลับกันหากข้อมูลเป็นที่สนใจและเป็นช่องที่ง่าย รวมถึงมีคนสนใจจำนวนมากนั้นคืองานวิจัยที่เริ่มได้เลย

     สำหรับการจัดสรรเวลาทั้งในเรื่องของเวลาการขอผลงาน การสอน วิจัย และบริการวิชาการอื่น ๆ ประกอบไปด้วย  ครองงาน คือ ต้องทำหลาย ๆ อย่างไปให้ได้พร้อม ๆ กัน เพื่อให้ได้ “ครองงาน” งานวิจัยจึงได้เริ่มต้นขึ้นและนำมาใช้สอนนักศึกษาและขอตำแหน่งทางวิชาการไปในตัว ได้รับทุนวิจัยหลังปริญญาเอกจาก สกว. ทุนสนับสนุนงานวิจัยจากมูลนิธิโทเร สองรอบ ทุนเมธีวิจัย สกว. สามรอบ ทุนสนับสนุนงานวิจัยในภาคอุตสาหกรรม สกว. (ฝ่าย 5)  ได้ทุนสนับสนุนจากต่างประเทศของมูลนิธิ EMTAF (Electromotive Technology Advancement Foundation) ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น  ครองตน นั้นครูบาอาจารย์ควรประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อนักศึกษา ครองคน ควรให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีเมตตาต่อเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา อาทิ นักศึกษาของผมทุกคนควรต้องพูดคำว่า “ขอโทษ ขอบคุณและไม่เป็นไร” ให้ติดปากเสมอเพราะ “ผมเชื่อว่าเป็นวัฒนธรรมอันดีงามในระดับสากล และนี่คือการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมไทยที่อาจารย์ควรชี้นำนักศึกษาของเราให้ได้” และสิ่งสุดท้ายคือการ ครองเรือน คือควรใส่ใจต่อคนรอบข้างในครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของเราให้มีความสุขกายสบายใจตามความเหมาะสม   นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจและอาจารย์สามารถใช้ช่องทางงาน Project ของนักศึกษาในระดับปริญญาตรีได้ โดยสามารถนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร ระดับควอไทล์ (Quartile) ที่ 1 ได้  ถ้ามอบหมายให้นักศึกษาระดับปริญญาเอกทำ กระบวนการดำเนินงานก็ค่อนข้างที่จะซับซ้อน ระยะเวลาที่งานจะแล้วเสร็จใช้เวลา 4 ปี ถ้าคิดงานวิจัยออกและให้นักศึกษาปริญญาตรี ระยะเวลา 4 เดือน ก็แล้วเสร็จ  และนำไปต่อยอดแล้วไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร ในช่วงระยะ 4 ปี  อาจารย์ มี Project มอบหมายให้นักศึกษา 4 คน จะมีผลงานจำนวน 20 เรื่องใน 1 ปี  ก็ได้งานวิจัย แต่ก็ไม่ได้ง่ายทุกเรื่อง  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของอาจารย์แต่ละท่าน เช่น อ่านตำรา-หนังสือมาก ๆ ให้ตกผลึก และใส่ใจในเหตุการณ์ในสาขา คณะ ส่วนสาขาวิชาที่ทำตำแหน่งนี้ได้รู้ว่า มีใคร ทำงานวิจัยอะไรบ้าง ได้รู้เรื่องงานว่า สาขาวิจัยที่อะไรทำง่าย มีคนสนใจมาก

     แรงบันดาลใจเกิดจากอาจารย์ที่ปรึกษาในระดับปริญญาเอก ศาสตราจารย์ ดร.ไบรอัน รอยแลนซ์ ผู้เชี่ยวชาญระดับนำของโลกในด้านไตรโบโลยีโดยเฉพาะการวิเคราะห์เศษโลหะจากการสึกกร่อน อาจารย์ผมท่านสอนผมว่า “การจบการศึกษาไม่ว่าระดับใดหาใช่จุดสูงสุดของชีวิต แต่เป็นจุดต่ำสุดของชีวิต” เพราะต่อจากนี้ไปผมต้องหาทางสร้างชื่อเสียงเกียรติยศต่าง ๆ ขึ้นมาด้วยตนเอง ทำให้ผมต้องคิด ขีดเขียน ค้นคว้า ทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องมาตลอด จนมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการในระดับนานาชาติและการนำเสนอผลงานในงานประชุมทางวิชาการในระดับสากลไม่ต่ำกว่า 70 ผลงาน และมีสิทธิบัตรในระดับสากลจำนวน 4 ผลงาน

     อุปสรรคและความยากสำหรับผม “ไม่ซับซ้อน” อาจารย์จบใหม่ ๆ ต้อง “อยู่กับสิ่งที่มี อย่าอยู่กับสิ่งที่ฝัน” ความหมายคือใน มจพ. และประเทศชาติของเราคงไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์เทคโนโลยีสูงมากนักเหมือนตอนที่เราเคยได้ไปศึกษามาโดยเฉพาะในต่างประเทศ ดังนั้น เราควรต้องหาหัวข้อวิจัยที่สามารถใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่อย่างจำกัดแต่สามารถนำไปสู่การค้นพบในสิ่งที่จะสามารถนำไปตีพิมพ์ในวารสารระดับควอไทล์ที่ 1 ให้ได้ ในบางกรณีหากจะดีคือสามารถให้นักศึกษาปริญญาตรีเริ่มทำเป็นโปรเจ็คและอาจารย์สามารถนำไปต่อยอดเพิ่มเติมจนสามารถนำไปตีพิมพ์ได้จะดีมากเพราะใช้เวลาแค่ไม่เกินหนึ่งปีและใช้ทรัพยากรไม่มาก อยู่ตรงที่อาจารย์จะสามารถมองเห็นช่องทางที่ทำงานวิจัยที่  “ไม่ยากแต่มีคนสนใจมาก” ออกไหม? คนที่จะมองปัญหาแบบนี้ออกต้องอ่านตำรา บทความเยอะ ๆ และสามารถนำไปสู่การ “ตกผลึก” ของความคิดและท้ายที่สุดเราก็จะพบหนทางที่สามารถใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างจำกัดที่เรามี สร้างสรรค์ผลงานในระดับสากลได้ ขอแนะนำว่า “คนเราเห็นอะไร ๆ ได้ยินอะไร ๆ และสัมผัสอะไร ๆ ได้เหมือนกันก็จริง แต่คนเราจะคิดได้ไม่เหมือนกัน” อย่างเช่น การทำงานวิจัยเคยประสบกับปัญหา ในบางเงื่อนไข บางประเด็นที่มองภาพไม่ออก เพราะปัญหาที่ง่าย-ยากไม่เท่ากัน การทำวิจัยข้ามสาขาวิชาหรือการเชื่อมโยง  การบูรณาการร่วมกันจากหน่วยงานภายใน สามารถตอบโจทย์ได้ ฉะนั้นการสร้างเครือข่ายระหว่างองค์กรถือได้ว่าเป็นวันที่ได้เปิดโลกกว้าง การทำงานวิจัยข้ามสาขาก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่  ได้ผลงานวิจัยที่ดีมีคุณภาพ ตลอดจนได้มีเพื่อนใหม่ ๆ การได้พูดคุย ได้เปิดโลกทัศน์ของเรา เปิดความคิด ไม่อยู่แต่ในตำรา

      สิ่งประทับใจในรั้วเล็ก ๆ ระดับภาควิชาวิศวกรรมการผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ผมสังกัดคือ การมีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีความสุขในการทำงาน หากปราศจากเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าภาควิชาที่ดีที่เอื้อเฟื้อสถานที่ ให้การสนับสนุนทั้งทางด้านงบประมาณและกำลังใจเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนให้ผมเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการคิดประดิษฐ์คิดค้นงานวิจัยต่าง ๆ ด้าน “ไตรโบโลยี” ออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 25 ปี ในรั้ว มจพ.

      ข้อคิดให้น้อง ๆ อาจารย์ที่จะมาเป็นคลื่นระลอกใหม่ของ มจพ. คือ อาชีพอาจารย์นี้นับว่าแปลกที่สุดคือ มีตำแหน่งศาสตราจารย์รออาจารย์ทุกคนอยู่ ไม่เหมือนกับหน่วยงานอื่นที่มีตำแหน่งสูงสุดรออยู่แค่ตำแหน่งเดียวหรืออย่างมากไม่เกินสามถึงสี่ตำแหน่ง ดังนั้นอย่าได้ไปแข่งอะไรกับใคร ต้องคิดแข่งกับตนเองก็พอแล้วและอย่าเอาความสำเร็จของตนเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเพราะความสำเร็จเป็น “นามธรรม” แต่ละคนมีระดับความสำเร็จที่ตั้งไว้ในใจไม่เท่ากัน ความสำเร็จจะมาในลักษณะที่ไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์รุ่นใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์งานวิจัยและอยากขอให้อาจารย์สร้างสมดุลในเรื่องหน้าที่การงานและครอบครัวไปพร้อม ๆ กัน มันอาจจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลยหากเราประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานแต่ไม่สามารถหยิบยื่นความสุขให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดรอบข้างอันเป็นที่รักของเราและที่เขาก็รักเรามากในเวลาเดียวกัน

          ในโอกาสวาระพิเศษนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล ราษฎร์นุ้ย ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในวงการศึกษาด้าน "ไตรโบโลยีของชิ้นส่วนเครื่องจักร" มีความมุ่งมั่น นำองค์ความรู้ ความสามารถด้านงานวิจัยและประสบการณ์ด้านวิชาการไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม จนได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตร์ นับเป็นเกียรติประวัติที่มีคุณค่าเคียงคู่มหาวิทยาลัยสืบไป 
 
ขวัญฤทัย ข่าว / สมเกษ ภาพ