มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
KING MONGKUT'S UNIVERSITY OF TECHNOLOGY NORTH BANGKOK
เปลี่ยนการแสดงผล :
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. ร่วมเวทีสัมมนาการศึกษาข้ามพรมแดน (TNE) ชูนวัตกรรมหลักสูตร 3.5+1 Dual Degree ร่วมกับ Northumbria University ประเทศสหราชอาณาจักร
News Date23 กรกฎาคม 2569
          คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศ ตอบรับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ British Council ประเทศไทย ในการยกระดับอุดมศึกษาไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับภูมิภาค (Regional Education Hub)
ในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ Thai-UK TNE Workshops and Seminars หรือการสัมมนาการศึกษาข้ามพรมแดน (Transnational Education: TNE) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. ได้นำเสนอความก้าวหน้าของโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มจพ. และ Northumbria University ซึ่งเป็นความร่วมมือด้านการพัฒนาหลักสูตรระดับนานาชาติ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีทักษะสูงรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต
           โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.แคทรียา สุวรรณศรี หัวหน้าโครงการ ได้รับเกียรติบรรยายนำเสนอผลสำเร็จและความคืบหน้าของหลักสูตรความร่วมมือระหว่าง มจพ. และ Northumbria University อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรม Eastin Grand Hotel Phayathai
          นอกจากนี้ คณะผู้บริหารและคณาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.วิไลพร แซ่ลี้ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุสลี่ สุทธวีร์กูล ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอความสำเร็จของโครงการ “Co-Development of a 3.5+1 Curriculum in AI and Digital Twin in Smart System Design Technology” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากโครงการ Going Global Partnerships ของ British Council ทางลัดสู่เวทีระดับโลก เรียน 4.5 ปี รับปริญญา 2 ใบ (Thai-UK)
         หลักสูตร 3.5+1 Dual Degree ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Fast-Track Pathway เพื่อพัฒนาวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระดับสากล โดยมีรูปแบบการศึกษา ดังนี้
         3.5 ปีแรก (ศึกษา ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ) นักศึกษาจะได้รับการศึกษาพื้นฐานและความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ระดับปริญญาตรี (Bachelor of Engineering: BEng) ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ครอบคลุมแขนงวิชาต่าง ๆ ได้แก่ วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง วิศวกรรมไฟฟ้าควบคุมและระบบอัตโนมัติ วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
          1 ปีต่อมา (ศึกษา ณ Northumbria University ประเทศสหราชอาณาจักร) นักศึกษาจะต่อยอดองค์ความรู้ระดับปริญญาโท (Master of Science: MSc) ในสาขา Product Design Futures โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และ Digital Twin Technology in Smart Systems ผ่านแนวคิดการออกแบบและสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคต หลักสูตรดังกล่าวเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เทคโนโลยีแบบจำลองดิจิทัล (Digital Twin) ระบบอัจฉริยะ (Smart Systems) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อพัฒนา “นักนวัตกรรมเทคโนโลยี” ที่สามารถออกแบบระบบและสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ
           รองศาสตราจารย์ ดร.แคทรียา สุวรรณศรี หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ และหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า การจัดการศึกษาข้ามพรมแดน (TNE) ไม่ใช่เพียงการลงนามความร่วมมือหรือการจัดทำข้อตกลงระหว่างสถาบันเท่านั้น แต่เป็น “การปฏิรูปเชิงยุทธศาสตร์” ของระบบอุดมศึกษา ที่มุ่งสร้างคุณภาพการศึกษาและโอกาสการเรียนรู้ในระดับโลกให้แก่นักศึกษาไทย
          ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ความร่วมมือระหว่าง มจพ. และ Northumbria University สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก (Four Critical Success Factors) ได้แก่
          1. Shared Vision : วิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกันของทั้งสองสถาบัน
          2. Academic Compatibility : ความสอดคล้องของโครงสร้างหลักสูตร และมาตรฐานทางวิชาการ
          3. Mutual Trust : ความไว้วางใจและการสื่อสารอย่างโปร่งใสระหว่างสถาบัน
          4. Quality Assurance : ระบบประกันคุณภาพระดับสากล ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ
          การพัฒนาหลักสูตร 3.5+1 Dual Degree ระหว่าง มจพ. และ Northumbria University ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนวิศวกรรมศาสตร์ไทยสู่เวทีสากล พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยเข้าถึงการศึกษาระดับโลกในรูปแบบที่เข้าถึงได้ และร่วมสร้างกำลังคนทักษะสูง (High-Skilled Talent) เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน
48917SDG.png
รุ่งนภา/เผยแพร่